Home ความเชื่อ จับมือถือแบบไหนอยู่? ท่าที่ทำเป็นประจำ อาจตรงกับนิสัยตอนมีความรักแบบไม่น่าเชื่อ

จับมือถือแบบไหนอยู่? ท่าที่ทำเป็นประจำ อาจตรงกับนิสัยตอนมีความรักแบบไม่น่าเชื่อ

ปิดความเห็น บน จับมือถือแบบไหนอยู่? ท่าที่ทำเป็นประจำ อาจตรงกับนิสัยตอนมีความรักแบบไม่น่าเชื่อ
0
175

ตอนนี้คุณกำลังถือมือถือแบบไหนอยู่?

มือเดียวแล้วใช้นิ้วโป้งพิมพ์
ถือข้างหนึ่งแล้วใช้อีกมือกด
หรือกำลังจับสองมือแล้วพิมพ์รัว ๆ อยู่?

เรื่องเล็ก ๆ ที่ทำจนแทบไม่เคยสังเกต อาจบอกอะไรเกี่ยวกับนิสัยของเราได้สนุกกว่าที่คิด

ลองดูว่าท่าที่คุณใช้เป็นประจำ ตรงกับตัวตนตอนรักใครหรือเปล่า

1. ถือมือเดียว พิมพ์ด้วยนิ้วโป้ง — รักชัด จำแม่น และไว้ใจยากเมื่อถูกทำร้าย

ภายนอกคุณอาจดูสบาย ๆ ไม่ได้คิดอะไรเยอะ

แต่เรื่องคน คุณแยกออกค่อนข้างชัดว่าใครจริงใจกับคุณ และใครเข้ามาแบบไม่จริงใจ

ถ้ารู้สึกดีกับใคร คุณพร้อมดีกับเขาเต็มที่
ถ้ารัก ก็รักแบบไม่กั๊ก

จุดที่ต้องระวังคือ เวลาพูดตอนอารมณ์ขึ้น คุณอาจหลุดคำแรงกว่าที่ใจคิดจริง หลังจากนั้นถึงค่อยมานึกได้ว่าไม่ได้อยากให้เรื่องไปไกลขนาดนั้น

เรื่องความรักก็เหมือนกัน

เมื่อเลือกเชื่อใจใครแล้ว คุณไม่ได้เผื่อใจไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ให้เขาเข้าไปเกือบทั้งใจ

เพราะแบบนี้ เวลาถูกหักหลังจึงจำได้นาน

คุณอาจให้อภัยได้ แต่จะให้กลับมาเชื่อเหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่ง่ายเลย

รักของคุณจึงไปสุดทั้งสองทาง
ตอนรักก็ให้เต็มที่
แต่เมื่อความไว้ใจพัง สิ่งเดิมแทบกลับมาไม่ได้

2. ถือมือถือข้างหนึ่ง ใช้นิ้วโป้งอีกข้างพิมพ์ — อยากได้รับความใส่ใจ แต่ไม่ค่อยพูดออกมาตรง ๆ

คุณไม่ได้ต้องการอะไรซับซ้อน

แค่อยากรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญกับใครสักคนจริง ๆ

ชอบการดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ
ชอบคนที่จำรายละเอียดได้
และชอบความรู้สึกที่มีคนใส่ใจโดยไม่ต้องร้องขอทุกครั้ง

ปัญหาคือ คุณมักพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาไม่หมด

ในใจอยากได้สิบ อาจพูดออกมาแค่ห้า
คิดถึงมาก แต่พิมพ์ไปแค่ว่า “ทำอะไรอยู่”

น้อยใจก็เก็บ
อยากให้ง้อก็ไม่พูด
อยากให้สนใจกว่านี้ก็ทำเหมือนไม่มีอะไร

ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก

แต่เพราะคุณไม่อยากทำให้อีกฝ่ายอึดอัด และไม่อยากถูกมองว่าเรียกร้องมากเกินไป

คนที่จะอยู่กับคุณได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องหวือหวา

แค่จริงใจ และสังเกตความรู้สึกที่คุณพูดออกมาไม่หมดก็พอ

3. ถือสองมือ พิมพ์ด้วยนิ้วโป้งทั้งสองข้าง — รักมาก แต่กลัวผิดหวังมากกว่า

คุณคิดก่อนทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยว

อยากเดินเข้าไปหา แต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะถอย
อยากบอกความรู้สึก แต่ก็กลัวว่าพูดแล้วทุกอย่างจะเปลี่ยน

คุณจึงต้องการความมั่นใจจากคนข้าง ๆ มากกว่าคำหวาน

แค่รู้ว่าเขายังอยู่
ยังรับฟัง
และไม่ได้รำคาญตัวตนของคุณ

เท่านี้ก็ทำให้คุณเปิดใจได้มากขึ้นแล้ว

เรื่องที่เคยทำให้เสียความรู้สึก คุณจำค่อนข้างนาน

พอเคยผิดหวัง ความระวังก็เพิ่มขึ้นเอง

ทั้งที่จริงอยากใกล้ชิดคนรักมาก อยากคุยบ่อย อยากได้รับความสนใจ แต่กลับทำท่าเหมือนตัวเองอยู่คนเดียวก็ได้

คำว่า “ไม่เป็นไร” ของคุณ จึงไม่ได้แปลว่าไม่เป็นไรทุกครั้ง

หลายครั้งมันหมายถึง
“ฉันรู้สึกนะ แต่ฉันไม่กล้าพูดมากกว่านี้”

4. ถือมือถือข้างหนึ่ง ใช้นิ้วชี้อีกข้างพิมพ์ — ใจอ่อน ไม่ชอบทะเลาะ และแพ้ทางคำขอโทษ

คุณชอบความสัมพันธ์ที่อยู่แล้วสบายใจ

ไม่ชอบเดา
ไม่ชอบประชด
และไม่ชอบเรื่องเล็กที่ถูกขยายจนกลายเป็นสงคราม

ถ้ามีทางคุยกันดี ๆ คุณเลือกทางนั้นก่อนเสมอ

คุณยอมคนได้พอสมควร โดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองรัก เพราะไม่อยากเห็นใครต้องเสียใจเพราะตัวเอง

ข้อเสียคือ ความใจอ่อนทำให้คุณกลับไปยอมเรื่องเดิมได้ง่าย

ทะเลาะกันหนักแค่ไหน พออีกฝ่ายมาขอโทษดี ๆ ใจก็เริ่มอ่อน

ตั้งใจว่าจะไม่ยอมแล้ว
แต่พอเห็นเขาเสียใจจริง ๆ สุดท้ายก็พูดว่า

“โอเค ไม่เป็นไร”

ทั้งที่ในใจยังไม่ได้ลืมหมดหรอก

คุณไม่ได้ต้องการรักที่น่าตื่นเต้นตลอดเวลา

คุณต้องการคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่เหนื่อย ไม่ต้องคอยระแวง และไม่ทำให้เรื่องเดิมกลับมาเจ็บซ้ำ ๆ มากกว่า

ท่าจับมือถืออาจเป็นแค่เรื่องเล็กที่เราทำจนเคยชิน แต่พอเอามาเทียบกับนิสัยของตัวเองแล้ว ก็มีหลายข้อที่อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่า

“เออ…นี่มันฉันชัด ๆ”

แล้วคุณล่ะ?

ข้อ 1, 2, 3 หรือ 4
ตรงกับนิสัยตอนมีความรักของคุณแค่ไหน?

Comments are closed.

Check Also

แค่ดูวิธีสะพายกระเป๋า ก็พอเดานิสัยได้ คุณเป็นแบบไหน?

เคยสังเกตตัวเองไหม? เวลาออกจากบ้าน เรามักหยิบกระเป๋าขึ้ … …