Home ข้อคิดสอนใจ “คนจะ ร ว ย” กับ “คนจะจน” คิดต่างกันยังไง

“คนจะ ร ว ย” กับ “คนจะจน” คิดต่างกันยังไง

คนร วย >> อะไรที่เป็นประโยชน์และต่อยอดได้ จะซื้อเลย เช่น

ความรู้ เขาจะจ้าง specialist มาสอนตัวต่อตัว ทันทีที่สงสัยต้องมีคำตอบ

อย ากได้ความรู้อะไรเขาก็ยอมเสี ยเงิ นอบรมเลย อุปกรณ์อะไรที่ว่าดี ทันสมัย ก็ซื้อเลย

 

เพื่อให้งานไม่สะดุด เช่น คอม iphone ipad มีหมดครบทุ กอย่ าง อะไรที่ทำให้ชีวิต

สะดวกขึ้นเขาก็ซื้อเลย เขาจะไม่ยอมเสี ยเวลามาทำอะไรที่ไม่สำคัญ เช่น การจ้างคน

 

ใช้มาทำอาหาร เตรียมเสื้อผ้า งานบ้าน ฯลฯ เวลาที่ต้องการอะไร เขาจะทำเลย

เช่น สร้างโรงงาน คุยกันตอนเช้า กลางวันหาช่าง เช้าอีกวันก็สร้างเลย

 

นิสัยของนายจ้างผมจะเป็นแบบนี้เสมอเลยครับ และมีอีกหลายเรื่องเลยที่ผม

ไม่คิดว่าคนร วยเขาจะทำ เช่น การตื่นเช้า การกินอาหารข้างทาง ฯ

 

เรื่องการศึกษา เคยคิดว่าคนที่เรียนเอกชนแพง ๆ คือ คนที่ไม่เก่ง สอบรัฐบาลไม่ติ ด

ก็เลยจำเป็นต้องไปเรียนเอกชน … ซึ่งความเป็นจริงที่ผมเจอนั้น มันไม่ใช่เลย คนที่เรียนเอกชนแพง ๆ

 

เก่งมาก ภาษาก็เก่งคิดว่าน่าจะพอได้ทุ กคนเสี ยด้วยซ้ำ เพราะเขามีเ งินที่จะลงทุนทางด้านการศึกษา

เช่น การจ้างมาสอนพิเศษที่บ้าน ฯ พ่อแม่เขาวางพื้นฐานมาให้ตั้งแต่เด็ กแล้วฯ คนพวกนี้

 

เขาเก่งโดยที่ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการเรียนในระบบรัฐบาล เพราะจบมาเขาก็

สานต่อธุรกิจครอบครับอยู่แล้ว (ความคิดผมเองนะ)

 

ขณะที่ คนจน >> ไม่มีเ งินที่จะไปลงทุนในด้านที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น เช่น การศึกษา ฯลฯ

เวลาต้องการความรู้อะไรที่นอกเหนือจากที่ระบบการศึกษา ก็ไม่หาความรู้ต่อแล้วเพราะมองว่ามันแพง

ไม่มีเงิ น อีกอย่ างหลักสูตรนอกระบบมหาลัย แต่ละคอร์สก็แพงมากจริง ๆ

คนร วยก็เลยพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าคนจน ฯ

 

ต่างกันมากครับ ผมเคยเจอกับตัวเคยทำงานกับเจ้าของโรงงานระดับยอดขาย 100 ล้าน มีอยู่วันหนึ่ง

เห็นพนักงานขับรถลากกระเป๋าเดินทางล้อหักถามว่าของใคร คนขับรถบอกว่าของนายให้เอาไปซ่อม

คนขับบอกว่าขนาดรองเท้าข าดนายยังสั่งเอาไปซ่อมเลย

 

ตัดกลับมาที่น้องชายกับ ภรรย าน้องชายต่างกับเคสเจ้าของโรงงานลิบลับ ไปกู้เ งินคนอื่นมาเพื่อเปิดบริษัท

ซื้ออาคารสำนักงาน ไหนจะค่าจ้างพนักงานบริษัทเพิ่งเปิดไม่ถึง 3 ปี ซื้อรถหรู แบรนด์ดัง ป้ายแดง

ซื้อกระเป๋าแบรด์เนม ซื้อบ้านเดี่ยว น้องชายซื้อท อง 6 บาทใส่

 

นาฬิกาเรือนละเป็นแสน สุดท้ายบริษัทเจ๊ง ห นี้ที่ยืมเค้ามาก็ไม่มีคืนจนโดนฟ้องทั้งอาญา ทั้งแพ่ง

ทัศนคติการดำรงชีวิตผมว่าสำคัญมาก ๆ บางเรื่องมันก็สอนกันไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู

และประสบการณ์ของคน ๆ นั้นที่หล่อหลอมให้เป็นตัวเราในวันนี้

 

คนจะร วย >>> แสวงหาโอกาสอย่ างไม่หยุดยั้ง และเมื่อโอกาสมาถึงจะลงมือทำทันทีโดยไม่รีรอ

 

คนจะจน >>> เฝ้ารอแต่โอกาส ในขณะเดียวกันก็ลงมือทำเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้ง ๆ ที่โอกาสยังมาไม่ถึง

 

มองให้เป็นโอกาสครับ แม้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นปัญหา ต้องลองแก้ปัญหา คิด พอแก้ปัญหาได้แล้ว

เราจะมองเห็นโอกาสเสมอคนจนจะมองตรงกันข้าม มองทุ กอย่ างเป็นปัญหา แก้ไม่ได้ และไม่ลงมือทำอะไร

ทำให้ตัดโอกาสตัวเอง และไม่พัฒนาตัวเอง

 

“คนจะร วยส่วนใหญ่มักอ วดตอนร วยแล้ว แต่คนจะจนมักอ วดตอนยังจนอยู่”

“…ไม่ฟุ่มเฟือย เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง ความรู้ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน ตามโลกให้ทัน

มองหาโอกาสไม่ดูถู กคน มองเข้าไปที่ความคิดทัศนะคติ ไม่ใช่มองที่หัวโขน..”

 

คนจะร วยพอได้เงิ นก้อนนึงมาจะหาทางเอาไปต่อยอดอีก แต่คนจะจนคิดว่าจะเอาไปซื้ออะไรที่อย ากได้ดี

ใช่ครับ อาจจะยังไม่ได้ร วยมาก แต่มีอิสระด้านเวลาที่น่าพอใจพอควรแล้ว สมัยก่อนไม่ค่อยมีเงิ นกลับอย ากได้วัตถุต่าง ๆ

 

มากมายไปหมด ตามประสาคนไม่มีก็อย ากได้ พอได้ทำธุรกิจส่วนตัว มีรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน

มองการเงิ นเปลี่ยนไป เข้าใจกลไกการเงิ นมากขึ้น จะซื้ออะไรคิดก่อนว่ามันเพิ่มมูลค่าได้ไหม จำเป็นจริงหรือไม่ ฯลฯ

 

ประสบการณ์การได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนทำให้มองการเข้าซื้อทรัพย์สินและวัตถุเปลี่ยนไปคับ

เป็นหนึ่งในเหตุการณ์วิ ธีคิดและทัศนคติที่เปลี่ยงแปลงไปตามเหตุปัจจัย

 

ขอบคุณที่มา : kha-yam

Comments are closed.

Check Also

แนวคิด10 ข้อ สอนลูกให้ได้ดี เติบโตไปจะได้ไม่ลำบาก

เรื่องราวสอนใจ เผิงลี่หยวน เธอได้แสดงความคิดเห็น กับเรื … …