สาวไทยไร้ขาพิสูจน์ให้โลกเห็น “มีครึ่งตัว” เคยถูกทิ้งวัดตั้งแต่เกิด แต่​ไม่เคยย่อท้อ พลิกชีวิตจนเป็นนางแบบดัง

0
634

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของ สาวไทยไร้ขาพิสูจน์ให้โลกเห็น “มีครึ่งตัว” เคยถูกทิ้งวัดตั้งแต่เกิด แต่​ไม่เคยย่อท้อ พลิกชีวิตจนเป็นนางแบบดัง
ถึงแม้ว่าชีวิตของคนเราจะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ไม่สามารถที่จะเลือกเกิดได้ แต่ถ้าหากเราไม่ย่อท้อและมุ่งมั่นในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าอะไรก็สามารถที่เป็นไปได้เสมอ เหมือนดั่งเรื่องราวของ สาวไทยไร้ขาคนนี้ ที่ได้พิสูจน์ให้โลกเห็น “มีครึ่งตัว” เคยถูกทิ้งวัดตั้งแต่เกิด แต่​ไม่เคยย่อท้อ พลิกชีวิตจนเป็นนางแบบดัง

เว็บไซต์ข่าว VT รายงานข่าว นางแบบสาวสุดสตรองที่เกิดมาไร้ขา แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะใช้ชีวิตอย่างคนพิการ กัญญา เซสเซอร์ วัย 25 ปี เป็นผู้หญิงแกร่งอีกคนหนึ่งที่การเริ่มต้นการใช้ชีวิตของเธอนั้นไม่ง่ายเลย
พวกเขาสนับสนุนเธอในทุกๆ อย่าง ถึงแม้เธอจะไปไหนมาไหนด้วยวีลแชร์ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคในการดำเนินชีวิต เธอทำให้ทุกคนเห็นว่าเธอก็มีชีวิตแบบวัยรุ่นปกติทั่วไปได้ ด้วยการเปลี่ยนจากนั่งวีลแชร์มาใช้สเกตบอร์ดในการเคลื่อนที่ นั่นเป็นจุดกำเนิดทำให้เธอหลงใหลในกีฬาเอกซ์ตรีมสุดๆ

เธอคือคนไทยแท้ แต่ในวัยเด็กชีวิตของเธอต้องอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า จนเมื่อเธออายุ 5 ขวบก็มีชาวต่างชาติมาขอรับเลี้ยงเธอ ซึ่งพวกเขาก็พาเธอไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โชคดีที่เธอโตมาในครอบครัวที่ดี

แต่เธอก็ไม่หยุดที่จะทำตามความฝันของตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองว่าเธอสามารถทำอะไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่คนปกติทำได้ เธอเป็นสาวไทยที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นนางแบบและนักกีฬาอีกด้วย

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เมื่อตอนกัญญาอายุได้เพียง 1 สัปดาห์ เธอได้ถูกครอบครัวทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง โดยห่อกระดาษใส่ไว้ในตะกร้า ซึ่งหลวงพ่อได้มาพบเธอและพบว่าหนูน้อยผู้น่าสงสารคนนี้เกิดมาพร้อมความพิการไม่มีขา
เธอถูกเลี้ยงดูโดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะถูกอุปการะมาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ซึ่งเธอได้ตั้งชื่อเรียกให้กับตัวเองว่า “กัญญา” ตั้งแต่อายุยังน้อย
จุดเริ่มต้นด้านอาชีพนางแบบของเธอ เริ่มตั้งแต่ตอนที่หญิงสาวอายุ 15 ปีกับการแป็นนางแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง ‘บิลลาบอง’และแบรนด์ระดับโลกอีกหลายแบรนด์ เช่น ‘ไนกี้’ นอกจากนี้เธอยังมีใจรักในด้านกีฬา ทุ่มเทในการเล่นสเก็ตบอร์ด, กระดานโต้คลื่น และโมโนสกีอีกด้วย

เธอเล่นมันได้ดีกว่าคนร่างกายปกติด้วยซ้ำ เธอใช้มือและแขนทั้งสองข้างคอนโทรลทิศทางจนคล่อง ถึงขนาดเพื่อนๆและคนในแก๊งที่เล่นสเกตบอร์ดด้วยกันไม่มีใครคิดว่าเธอแตกต่างหรือแปลกแยกไปจากพวกเขา ทุกคนยอมรับในตัวเธอ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เธออยู่เป็นเหมือนกำลังใจให้เธอไม่คิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง

หลังจากทำงานร่วมกับแบรนด์กีฬาดังระดับโลกหลายแบรนด์ เธอก็ยังมีโอกาสร่วมทำงานกับบริษัทชุดบิกินี่และชุดชั้นใน เธอกล่าวว่า “การทำงานในสายงานนี้ ทำให้มุมมองแนวคิดของเธอที่มีต่อคนพิการเปลี่ยนไป การทำงานของเธอสามารถเป็นกระบอกเสียงแทนคนพิการ และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นๆ ได้”
กัญญา ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์ก เดลี่ นิวส์ ว่า “ฉันสนุกที่จะยึดมันเป็นอาชีพ สร้างรายได้จากมัน และฉันชอบที่จะแสดงให้ผู้คนได้เห็นว่า ความสวยมันเป็นไปในทางแบบนี้ก็ได้ รูปภาพสามารถโชว์จุดแข็งของฉัน ทำงานกับโมเดลลิ่งมันสนุกดี และสามารถทำให้คนเห็นเรื่องราวของฉัน ฉันแตกต่างและมันก็ดูเซ็กซี่ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ขาเพื่อทำให้คนรู้สึกว่าฉันเซ็กซี่”

“มันมีคนไม่มากที่จะมั่นใจและแสดงจุดแข็งจากข้างในออกมา คนส่วนใหญ่ปิดกั้นโอกาสตัวเอง เพราะว่าสังคมทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย อึดอัดเกินกว่าจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า คุณต้องสร้างความแตกต่างด้วยตัวเอง เพราะว่าไม่มีใครทำมันให้คุณได้”

“ตั้งแต่เด็กๆ ฉันใช้ชีวิตอย่างไม่มีลิมิต และไม่กลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ” นอกจากกนี้เธอยังโพสต์ข้อความลงในบล็อกของ ‘บิลลาบอง’ ว่า “แม้ว่ามีบางอย่างที่ฉันไม่สามารถทำได้ แต่ฉันก็ไม่เคยหยุดที่จะลองทำมันและออกค้นหาเส้นทางของชีวิตด้วยตัวเอง”

ปัจจุบันนอกจากจะเป็นนางแบบแล้ว ตอนนี้เธอยังเป็นนักกีฬาอีกหลายชนิด ทั้งวิ่งแข่ง สเกตบอร์ด และ กีฬาโต้คลื่น ซึ่งเธอต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อเตรียมตัวแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกของอเมริกาที่จะจัดขึ้นในปี 2018 อีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here