เศรษฐีลองใจคน แกล้งเป็นคนจน แต่งตัวมอมแมม เพื่อหามิตรแท้ สุดท้ายถึงกับเงิบ

0
36

วันนี้เรามีบทความที่ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต อ่านแล้วคุณจะเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น ซึ่งคำพูดที่ว่าเมื่อคุณมีเงิน เมื่อคุณร่ำรวยมั่งคั่ง รอบตัวของคุณก็จะมีผู้คนรายล้อม และคอยเอาอกเอาใจอยู่เสมอ มองไปทางไหนก็จะมีคนช่วยเหลือ

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง ถ้าคุณไม่ได้มีเงินล่ะ ยังจะมีคนคอยคิดที่จะช่วยเหลือคุณอยู่หรือเปล่านะ เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐีคนหนึ่ง ที่เขาได้ปลอมตัวเป็นคนจนแล้วกลับไปเยี่ยมที่บ้านเกิด โดยเรื่องมีอยู่ว่า

มีคนขับรถหรูแล้วส่งเศรษฐีที่แต่งตัวเป็นยาจกเพื่อที่จะกลับไปยังบ้านเกิด แต่งตัวมอมแมมดูแล้วสมจริง เหมือนกับคนข้างถนนเลย ที่แรกที่เขาไปนั่นก็คือที่บ้านพี่ชายคนโตของเขา เมื่อพี่ชายเห็นเขาก็ดีใจ และก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นไงมายังไงถึงมาที่นี่ และไม่มีทีท่าที่จะรังเกียจ กลับแนะนำให้คนอื่นรู้ว่านี่คือน้องชายของตัวเอง

พี่ชายเขาได้เล่าให้ฟังว่า น้องชายคนเล็กเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อไม่นาน แม่ของเขาก็ขายบ้านเพื่อจะเอาเงินไปซื้อบ้านใหม่กับน้องชายอยู่กับภรรยา แล้วแม่เองก็ต้องอยู่บ้านพักคนชรา เมื่อเศรษฐีคนนี้ที่ปลอมตัวเป็นยาจกได้ยิน ก็รู้สึกสงสารจับใจ นอกจากแม่จะโทรไปที่บ้านพักคนชราแล้ว แม่ยังมีอาการอัลไซเมอร์ที่จำความไม่ได้ด้วย

เศรษฐีจึงเดินทางไปหาน้องชายคนเล็กที่บ้านก็พบว่าน้องชายอยู่ในบ้านหลังใหญ่ตกแต่งสวยงาม น้องชายคนเล็กทำหน้าตกใจมากที่พี่ชายกลับมาที่บ้าน ด้วยความที่พี่ชายแต่งตัวมอมแมม น้องชายจึงแสดงท่าทีไม่ค่อยต้อนรับสักเท่าไหร่ ทำให้เศรษฐีหนุ่มรู้สึกผิดหวัง

ในระหว่างที่เศรษฐีกำลังเดินกลับไปหาแม่นั้น เขาก็ได้บังเอิญเจอกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันหลายปี เพื่อนเก่าคนนี้ดีใจมากที่ได้เจอกับเขา แล้วยังอาสาพาเขาไปเลี้ยงข้าว เขาจึงได้ลองใจด้วยการขอยืมเงิน 5,000 บาทแต่เพื่อนเก่าคนนี้ฐานะก็ไม่สู้ดีนัก มีเงินติดตัวเพียง 2 พันบาทเท่านั้น เขาจึงเสนอให้ยืม 2 พันบาท

เขาได้วางแผนจัดงานเลี้ยงรุ่นและจะได้เจอกับเพื่อนเก่าๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่เมื่อเพื่อนทุกคนมาถึงแล้วเห็นสภาพของเขา ทุกคนต่างก็มีท่าทีรังเกียจและออกจากงานไป

เศรษฐีได้เรียนรู้แล้วว่า เมื่อเขาไม่มีเงินไม่มีฐานะเพื่อนที่เคยดีเคยมีน้ำใจก็หดหายไปหมด เขาเดินทางกลับไปที่บ้านของตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานเศรษฐีคนนี้ได้ตัดสินใจบริจาคเงินกว่า 300 ล้านเพื่อสร้างมูลนิธิพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของเขา เขายังได้ช่วยเหลือพี่ชายคนโตที่ยังมีฐานะลำบาก และยังส่งตัวแม่ให้ไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงในเมือง

เรื่องนี้เป็นสัจธรรมของชีวิตที่แท้จริง ยามที่เรามีเงินทอง เพื่อนฝูงมากมายมารายล้อม แต่ยามที่เรายากลำบาก แม้เพื่อนสักคนก็ไม่เหลียวตามามอง คนที่ยังอยู่เคียงข้างคุณในวันที่ลำบากจงจำไว้ว่านั่นคือเพื่อนแท้และคนที่รักจริงใจกับคุณที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here